เปรียบเทียบครีมรักษาฝ้ายอดนิยม ครีมยี่ห้อไหนดีเห็นผลจริง!?


การใช้ครีมรักษาฝ้านั้นมีราคาถูกกว่าการทำเลเซอร์ แต่สาวๆ หลายๆ คนก็คงเจอปัญหาในเรื่องของผลลัพธ์ที่ไ

.
  • แบ่งปันไปที่:

ปัญหาฝ้าเป็นปัญหาที่สาวๆ ส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากฝ้าเป็นสิ่งที่อยู่บนหน้าและสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน หลายคนเลือกวิธีการทำเลเซอร์ลบรอยฝ้าแต่ปัญหาและผลข้างเคียงที่ตามมาก็คือผิวบางและไวต่อแสงแดด กลายเป็นว่าเกิดฝ้าง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งการทำเลเซอร์ยังมีราคาที่แพงและต้องทำติดต่อกันหลายครั้งจึงจะได้ผลอย่างชัดเจน ในขณะที่การใช้ครีมรักษาฝ้านั้นมีราคาถูกกว่าการทำเลเซอร์ แต่สาวๆ หลายๆ คนก็คงเจอปัญหาในเรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน ซึ่งวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบครีมรักษาฝ้าแต่ละยี่ห้อกันว่ายี่ห้อไหนดีเห็นผลจริง และผลข้างเคียงของครีมเหล่านี้มีอะไรบ้าง

 

Yanhee Mela Cream

ครีมตัวนี้แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะ Yanhee Mela Cream ตัวนี้นั้นเป็นครีมสูตรเฉพาะของโรงพยาบาลยันฮี อีกทั้งยังมีการเคลมสรรพคุณว่าเป็นครีมที่เข้มข้ อ่อนโยนต่อผิวแต่สามารถช่วยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาฝ้า จุดด่างดำ และกระได้ดี อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูใบหน้าที่มีความหมองคล้ำให้แลดูขาวใสและเรียบเนียน โดยส่วนผสมของครีมตัวนี้ประกอบไปด้วย Tranexamic acid และ Licorice Extract นั่นเอง

 

NIVEA Luminous 360
           
หากจะเปรียบเทียบครีมรักษาฝ้าแล้ว ครีมของ NIVEA ที่มีชื่อว่า Luminous360 นั้นมีความน่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากครีมตัวนี้เน้นในเรื่องแก้ไขปัญหาฝ้าและจุดด่างดำโดยเฉพาะ รวมถึงฝ้าที่มีการสะสมมากกว่า 10 ปีก็สามารถรักษาได้เช่นกัน อีกทั้งทาง NIVEA ยังได้มีการวิจัยมาแล้วว่าครีมตัวนี้ได้ผลจริง โดยทางบริษัทได้มีการนำมาทดสอบกับเอนไซม์มนุษย์จริงๆ ซึ่งโดยปกติแล้วครีมกลุ่มไวท์เทนนิ่งจะมีการนำไปทดสอบกับเอนไซม์เห็ดซึ่งอาจจะทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนได้ อีกทั้งครีมตัวนี้ยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและไม่ทำให้ผิวบางเหมือนครีมไวท์เทนนิ่งทั่วไป เรียกได้ว่าหากต้องเปรียบเทียบครีมรักษาฝ้าหลายๆ ตัวแล้ว ตัวนี้ถือว่ามาแรงมากๆ

Dora+ Ultimate Whitening               

ครีมดอร่าตัวนี้ก็เน้นในเรื่องขจัดปัญหาฝ้าเช่นกัน โดยส่วนผสมของเจ้าตัวนี้ทำมาจากน้ำตาลเชิงซ้อนที่ได้มาจากการสกัดจากเซลลูโลสของต้นพืชซึ่งมีส่วนช่วยในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินและลบเลือนจุดด่างดำและเติมน้ำให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติอีกทั้งยังมอบความเนียนนุ่มและแข็งแรงให้ผิวเราอีกด้วย



Giffarine ครีมทาฝ้า


ครีมบำรุงตัวนี้มีส่วนผสมของ AHA ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไปและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่พร้อมการบำรุงไปในตัว ซึ่งครีมตัวนี้นอกจากจะช่วยลดรอยดำต่างๆ แล้วยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย แต่มีข้อควรระวังก็คือการผลัดเซลล์ผิวนั้นจะทำให้ผิวไวต่อแสงแดด เพราะฉะนั้นสาวๆ อย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านกันด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วแทนที่จะเป็นการบำรุงรักษาก็อาจทำให้ผิวคล้ำเสียได้

 

Jula’s Herb ครีมทาฝ้าลำไย

มาถึงตัวสุดท้ายที่หากจะไม่นำมาเปรียบเทียบในครีมรักษาฝ้าคงไม่ได้ เพราะส่วนผสมมีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือลำไยนั่นเอง จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์นี้มาในรูปแบบเซรั่มมีสารสกัดจากเมล็ดลำไยที่อุดมไปด้วยวิตามิน C, B1 และ B2 อีกทั้งยังมีส่วนผสมของผลไม้อื่นๆ ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้ใบหน้าดูสดใส นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากว่านหางจระเข้ที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นและสารสกัดจากมะเฟืองที่ช่วยในเรื่องผิวกระจ่างใส หากใครเป็นสายธรรมชาติ ครีมทาฝ้าลำไยนี้ก็เหมาะมากๆ เลยล่ะ

 

เปรียบเทียบครีมทาฝ้าให้อ่านกันไป 5 ตัวจุกๆ แล้ว ใครคิดว่าตัวเองเหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบไหนก็อย่าลืมไปซื้อมาลองใช้กันดูนะคะ ราคาเรียกได้ว่าเบากว่าการทำเลเซอร์อย่างมาก อีกทั้งบางผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีผลข้างเคียงและยังมีประสิทธิภาพอย่างมากเช่นกัน