เป็นฝ้า ต้องรักษาฝ้าอย่างไร? เลเซอร์หรือทาครีมแบบไหนดีกว่า?


บางคนก็อาจใช้การทาครีมแต่ก็ไม่เห็นผลสักที จะเลือกเลเซอร์ก็ใช่ว่าจะสามารถหายได้ในครั้งเดียว แล้วสรุ

.
  • แบ่งปันไปที่:

ฝ้านั้นเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ต้องพบเจออย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เราต้องเจอแสงแดดทุกวันและไม่ได้มีการป้องกันที่ถูกต้องอย่างการทาครีมกันแดด จึงอาจทำให้เกิดฝ้าได้ สำหรับคนที่เป็นฝ้าแล้ว ส่วนมากจะสามารถพบได้ในผู้หญิงเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปัญหาฝ้านี้อาจส่งผลให้ผู้หญิงอย่างเราๆ เกิดความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตเช่นกัน หลายคนเลือกวิธีการรักษาฝ้าด้วยการใช้รองพื้นปกปิด บางคนก็อาจใช้การทาครีมแต่ก็ไม่เห็นผลสักที จะเลือกเลเซอร์ก็ใช่ว่าจะสามารถหายได้ในครั้งเดียว แล้วสรุปแล้วการรักษาฝ้าต้องทำอย่างไรจึงจะเห็นผล

  • การรักษาด้วยการทำเลเซอร์
    การรักษาฝ้าด้วยการยิงแสงเลเซอร์นั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย กล่าวคือการเลเซอร์ไปแล้วฝ้าหายก็จริง แต่ก็อาจมีรอยฝ้าเก่าหลงเหลืออยู่ด้วย เลยทำให้บนใบหน้าเรามีเม็ดสีขาวปนน้ำตาลเข้มซึ่งเรียกอาการนี้ว่าลิวโคเดอร์มา หรือในรายที่รักษาหายแล้ว ก็อาจทำให้ผิวบางลงไปด้วย เนื่องจากการเลเซอร์เป็นการยิงแสงความร้อนเข้าสู่ผิว ผู้ที่รักษาโดยการทำเลเซอร์จึงควรมีความระมัดระวังในการใช้ชีวิต เช่น ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และไม่อยู่ในที่กล้างแจ้งเป็นเวลานาน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ Luminous630
    Luminous 630 นั้นเป็นสารไวท์เทนนิ่งที่เอาไว้รักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสารตัวนี้สามารถลดรอยด่างดำและลบเลือนฝ้าแดดได้อย่างดีเยี่ยม ข้อดีของสารตัวนี้ก็คือจะไม่มีการผลัดเซลล์ผิวซึ่งจะไม่ทำให้ผิวหน้าของเราไวต่อแสงแดดในอนาคตหรือผิวบางจนกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น โดยสารตัวนี้ได้ถูกคิดค้นมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี และได้มีการทดสอบโดยการใช้เอนไซม์มนุษย์จริงๆ ไม่ใช่เพียงการทดสอบโดยการใช้เอนไซม์เห็ดเหมือนที่ผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งส่วนใหญ่ทำ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมครีมรักษาฝ้าส่วนใหญ่ที่คุณใช้จึงไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ โดยผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้เป็นของ NIVEA ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

  • ทำเมโสหน้าใส
    การทำเมโสหน้าใสอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบาง เนื่องจากขั้นตอนการทำจะเป็นการใช้เข็มจิ้มลงไปบนหน้าเจาะผ่านเข้าไปในผิวหนังชั้นกลางเพื่อเป็นการนำวิตามิน แอนติออกซิแดนท์ และสารบำรุงผิวตัวอื่นๆ เข้าไปสู่ผิวชั้นในเพื่อเป็นการเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวสวยใสดูอิ่มน้ำ แต่ในบางรายอาจเกิดเป็นแผลเป็นขึ้นบนใบหน้า หรือในรายที่ผิวบอบบางก็อาจจะเกิดการอักเสบได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นหากสาวๆ คนไหนอยากรักษาฝ้าด้วยวิธีนี้แต่มีผิวบอบบาง ก็ควรหลีกเลี่ยงการทำเมโสหน้าใสไว้จะดีที่สุด
  • ลอกฝ้าด้วยยากลุ่มกรดวิตามิน A
    วิธีนี้จะเป็นการช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก โดยการใช้กรดผลไม้อย่าง BHA และ AHA แต่ผลก็คือฝ้าจะจางหายไปเพียงแค่ผิวชั้นนอกเท่านั้น แถมยังทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ พูดง่ายๆ ก็คือวิธีนี้อาจเป็นการแก้ปัญหาเพียงที่ปลายเหตุมากกว่าการรักษาที่ต้นตอเท่านั้น จึงไม่ค่อยเหมาะกับคนที่อยากเห็นผลในระยะยาว

 

การรักษาฝ้านั้นมีมากมายหลายวิธี แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือการรักษาที่ต้นตอไม่ใช่การรักษาที่ปลายเหตุ อีกทั้งควรพิจารณาลักษณะผิวของเราว่าบอบบางมากน้อยแค่ไหน หากเป็นคนผิวบอบบางก็ควรหลีกเลี่ยงการทำเมโสหน้าใส ลอกผิว หรือแม้แต่การทำเลเซอร์ และใช้การทาครีมแทน เนื่องจากในปัจจุบันก็มีแบรนด์ต่างๆ ที่คิดค้นนวัตกรรมที่สามารถรักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน