การเดินทางครั้งใหม่ - รอยยิ้มที่แต้มเติม

เมื่อโชคชะตาพลิกผัน...ตอกย้ำคืนวันให้ยิ่งหมองหม่น...

  • แบ่งปันไปที่:

เรื่องราวการเดินทางของชายคนนึง ที่ต้องพบเจอแต่ความผิดหวังมาตลอดครึ่งชีวิตที่ผ่านมา...

ผมแต่งเรื่องนี้ไว้นานแล้ว จำ ๆ จด ๆไว้คร่าว ๆในหัว พักนี้สมองตื้อมาก ไม่ค่อยได้เขียนบทความลง แต่จะไม่หายหัวแน่นอนครับ จะพยายามคลอดบทความใหม่ ๆออกมาเยอะ ๆ นะครับ ^^

เอาเป็นว่า...เริ่มเรื่องเลยละกันเนาะ 

-------------------------------------

สายลมโชยมากระทบใบหน้า...พลันให้สายตาของเขาหันไปมอง...

หลังจากร้านสะพานสายรุ้งปิดตัวลงไป นอมอล ชายผู้ที่ชีวิตเรียกได้ว่า พบเจอแต่ความผิดหวัง เขาตัดสินใจทิ้งร้านดอกไม้ในฝันของเขาและเธอ หอบกระเป๋าหนึ่งใบ และกีตาร์คู่ใจหนึ่งตัว ออกเดินทางไป...

ณ เมืองท่าเรือ อลาบารอส นอมอลก้าวขาลงจากเรือ นัยตาของเขา ไร้ซึ่งแววตาใด ๆ ทุกอย่าง ดูล่องลอยและไร้ซึ่งหนทาง หากแต่เขาหอบ ความหวัง ที่ริบหรี่มาด้วย เขาทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวหนึ่ง ริมทางเดินที่ผู้คนเดินผ่านไปมา ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมา และเริ่มบรรเลงเพลง เพลงที่เขาและเธอเคยร้องด้วยกัน เพลงที่นานเพียงใด ก็ยังคงดังก้องในใจ...

พลันเสียงนึงก็เอ่ยทัก...

"พ่อหนุ่ม พอจะหยุดเล่น แล้วช่วยตายกกระสอบนี่ทีได้ไหม..." ตาเฒ่าคนหนึ่ง เอ่ยปากขอร้อง

"ได้ครับคุณตา" เขาตอบ และช่วยเหลือชายชรา...

"พ่อหนุ่มมาจากที่ไหนหรือ ตาไม่เคยเห็นหน้าเลย" เฒ่าชรา เอ่ยถามคนแปลกหน้า

"ครับ ผมเพิ่งเดินทางมาถึงที่นี่ กะว่าจะมาเริ่มชีวิตใหม่ที่นี่น่ะครับ" นอมอลตอบ ขณะยกกระสอบลูกสุดท้ายเรียบร้อย 

"แล้วพ่อหนุ่ม รู้จักใครที่อลาบารอสนี่งั้นหรือ ?"

"ไม่เลยครับ..." นอมอลตอบกลับ เสียงของเขาดูไร้ความรู้สึกใด ๆ

"เอาอย่างนี้ไหม ถ้าพ่อหนุ่มยังไม่รู้จะไปไหน ไปอยู่กับตา ช่วยตาออกเรือหาปลา แลกที่พักกับอาหารไปก่อนไหม ?" เฒ่าชราเสนอความช่วยเหลือ

"ถ้าคุณตาไม่รังเกียจคนจร ผมก็ยินดีครับ ^^"

คำตอบพร้อมรอยยิ้ม ที่ถูกสวมบนใบหน้าของนอมอลถูกมอบให้ชายชราผู้เสนอความช่วยเหลือ...

นอมอล ได้เรียนรู้วิธีเดินเรือออกหาปลา เขาพักอาศัยอยู่กับชายชราที่กระท่อมริมหาด ห่างจากท่าเรือออกไปไม่ไกลนัก จะว่ากระท่อมก็ดูจะไม่เชิง เหมือนเรียกว่าบ้าน ที่ดูใหญ่โตเกินกว่า ชายแก่คนเดียวจะอาศัยอยู่

"คุณตาอยู่ที่นี่คนเดียวหรือครับ ?" นอมอลถาม ขณะเตรียมเรือ ในเช้ามืดวันหนึ่ง

"ความจริงแล้ว ตามีลูกสาวคนนึงน่ะ แต่ตอนนี้ไปทำงานที่ในเมือง เดือน ๆนึง จะกลับมาบ้านสักหนสองหนได้" ชายชราตอบ น้ำเสียงและแววตาของเขาดูเศร้าลง...

"เอาน่าตา ผมอยู่เป็นเพื่อนตานี่ไง ไว้ตาเบื่อผม ค่อยไล่ผมไปก็ได้ ฮ่า ๆ" นอมอลตอบกลับ พยายามดึงอารมณ์ให้กลับมาร่าเริง...

หลักจากออกเรือได้ปลามาจำนวนหนึ่ง และนำไปขายที่ตลาด ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ชายชราก็เอ่ยขึ้น...

"นั่นไงนอมอล ลูกสาวของตา..."

นอมอล มองตามที่ชายชราชี้บอก เขาได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ยืนรอชายชราอยู่ที่หน้าทางเข้าบ้าน 

"สวัสดีค่ะคุณพ่อ ^^" หญิงสาว ทักทายผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้ม 

"มาถึงนานหรือยัง เรเชล " 

"สักพักเองค่ะ แล้วนี่ คุณพ่อพาใครมาด้วยหรือคะ ?"

"อ้อ พ่อหนุ่มคนนี้ ชื่อนอมอลน่ะ พ่อรับเขามาอยู่ด้วย ให้ช่วยพ่อทำงาน "

"สวัสดีครับคุณเรเชล นอมอลครับ" เขาเอ่ยทักทาย

"สวัสดีค่ะ ยินดีนะค่ะ ที่มีคุณมาอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อ ถ้ายังไง ขอฝากดูแลท่านด้วยเลยนะคะ ^^"

เรเชล ทำงานเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ในเมือง เดนพาค ด้วยตำแหน่งของเธอ ทำให้เธอแทบไม่มีเวลากลับบ้านเลย

ค่ำวันนั้น อาหารมื้อใหญ่ ถูกจัดเรียงบนโต๊ะอย่างสวยงาม ทุกอย่างดูน่าทานไปหมด เป็นอาหารมื้อแรกในรอบเดือน ที่หรูหราเช่นนี้ 

"นึกไม่ถึงว่าคุณนอมอล จะทำอาหารเก่ง และอร่อยแบบนี้นะคะ" เรเชลเอ่ยชม เธอถูกใจรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก 

"ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แล้วก็ ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณก็ได้ เรียกนอมอลเฉย ๆละกันครับ ^^" นอมอลถ่อมตัว และพยายามทำความสนิมกับเรเชล 

"เอ้า ๆ จะจีบลูกสาว แต่ข้ามหัวพ่อตาแบบนี้ มันน่าโดนทุบซะจริง ฮ่า ๆ ๆ" ชายชราขัดคอด้วยเสียงหัวเราะ 

กระนั้นเอง มื้ออาหารจบลงที่รอยยิ้มของคนทั้งสาม ความสุขดูจะเป็นอะไรที่หอมหวาน หากแต่มันสั้นเพียงวินาที...

นอมอลตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เพื่อเตรียมของจะออกเรือ แต่ก็ต้องแปลกใจ เพราะทุกที เขาจะเห็นตาเรม่อน ออกมารอก่อนแล้ว เขาจึงเตรียมของคนเดียวจนเสร็จ และกะว่าวันนี้จะออกเรือคนเดียว ให้พ่อลูกได้ใช้เวลาร่วมกันไป

"ก๊อก ๆ คุณตา วันนี้ผมเอาเรือออกคนเดียวนะ คุณตาอยู่กับเรเชลไปนะครับ เดี๋ยวผมรีบกลับมา วันนี้เราจะกินข้าวมื้อใหญ่กันอีกรอบ ผมจะทำอาหารสุดฝีมือเลยครับ" นอมอลเคาะประตู และตะโกนบอกอยู่หน้าห้อง แล้วหันหลังเดินออกจากบ้าน 

เขาออกเรือกลับมา ได้ปลามามากกว่าทุกวัน หลังจากขายแล้ว เขาแบ่งปลากลับมา 2-3 ตัว เพื่อทำอาหารมื้อเย็น ก่อนที่วันรุ่งขึ้นเรเชลจะกลับในเมือง วัตถุดิบต่าง ๆ ถูกจัดเรียงพร้อมบนโต๊ะทำครัว เขาทำอาหารคนเดียว พลางคิดไปว่า สงสัยพ่อลูกคงไปเที่ยวที่ไหนแน่ บ้านเงียบเชียว จนกระทั่งอาหารเสร็จ เขาจึงลองเดินไปเคาะประตูห้องตาเรม่อนดูอีกครั้ง 

"คุณตา อยู่ไหมครับ อาหารเสร็จแล้วนะครับ แล้ว เรเชลไปไหนหรือครับ ผมไม่เห็นเธอตั้งแต่เช้าแล้ว" 

ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา นอมอลเลยลองเปิดประตูเข้าไปดู 

ภาพที่ทำให้ทุกอย่างสลาย (อีกครั้ง) 

ตาเฒ่าเรม่อน นอนคว่ำหน้าลงบนพื้น ในสภาพเหมือนกำลังตะกายขอความช่วยเหลือ...

ใช่แล้ว เมื่อเช้านี้ เขาพยายามร้องเรียกให้นอมอลเปิดประตูเข้ามาเพื่อช่วยเขา...

"คุณตา คุณตา !!! " เสียงร้องตะโกนดังก้อง หากแต่ไม่มีคำตอบรับใด ๆ นอมอลรีบพาตาเฒ่า ไปโรงพยาบาล แต่...มันช้าไปเสียแล้ว...

"ผมเสียใจด้วยนะครับ คุณตาเรม่อน เสียชีวิตได้ประมาณ 8-9 ชั่วโมงแล้วครับ..." หมอบอกนอมอล 

ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออก ใบหน้าอาบน้ำตาของลูกสาวคนเดียวของเรม่อน กระชากใจของนอมอลให้ขาดกระจายเป็นชิ้น ๆ 

"คุณอยู่ที่ไหน ตอนที่คุณพ่อเสียชีวิต..." 

เสียงสั่น ๆ เอ่ยถาม 

"ผม...ผมออกเรือไปคนเดียว เมื่อเช้านี้ และไม่คิดว่าคุณตาจะเป็นแบบนี้...เรเชล ผมขอโทษ" เสียงที่หลุดออกจากปากของเขา สั่นเครือไม่แพ้เธอเลย 

ไม่มีบทสนทนาใด ๆ อีก...

หลังงานศพผ่านไป เรเชลจึงเอ่ยปากคุยกับนอมอลอีกครั้ง...

"ฉันจะขายบ้านหลังนี้ คุณอาจต้องเก็บของ และหาที่อยู่ใหม่ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ พรุ่งนี้จะมีคนมาดูบ้าน หวังว่าในตอนเช้า คุณจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว..." 

ประโยคที่เอ่ยด้วยเสียงเรียบ ๆ และแววตาที่นิ่งเฉย ช่างทิ่มแทงใจได้รุนแรง... 

นอมอลเก็บข้าวของของตน พลางก็คิด 'ทำไมเช้านั้นเราไม่เปิดประตูเข้าไปนะ ทุกอย่างจะได้ไม่เลวร้ายแบบนี้' 

เขาพาตัวเองออกจาก 'บ้าน' ที่ครั้งหนึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ เขาเคยได้อาศัยอยู่ เดินไปตามถนนเรียบชายทะเล เวลานั้น ผู้คน และร้านค้าต่าง ๆ เพิ่งเริ่มทยอยเปิด 

เขาหยุดยืนอยู่ที่หน้าหลุมศพ "Remon Deldiago"

"ผมขอโทษครับคุณตา...ผมขอโทษ" 

ไม่รู้ว่า น้ำตา หรือน้ำค้าง...ที่ไหลอาบป้ายหลุมศพของเรม่อน ชายชราหาปลาที่จากโลกใบนี้ไป...

'สิ่งใดกันเล่าที่เป็นตัวกำหนด'

'โชคชะตา ช่างเล่นตลกกับชายคนนึงได้อย่างร้ายกาจ'

หากคุณมีโอกาสได้เดินผ่านถนนสายนั้น ในเวลานั้น คุณอาจได้เห็นชายคนหนึ่ง นั่งกอดป้ายหลุมศพ ร้องไห้และพร่ำบอก 'ผมขอโทษ' อยู่เช่นนั้น...

-----------------------------------------

ความหวัง...ดูเหมือนมันจะสวยงาม 

และความหวัง...ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำร้ายเราได้

02-07-19 03:45 PM 

#องครักษ์พิทักษ์ก้อนหิน